วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม(Humanism)

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม(Humanism)  


ทิศนา  แขมมณี (2548 : 68) กล่าวว่า นักคิดกลุ่มมนุษยนิยมให้ความสำคัญของความเป็นมนุษย์และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่า  มีความดีงาม  มีความสามารถ  มีความต้องการ  และมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตน  หากบุคคลมีอิสระภาพและเสรีภาพ  มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ 

http://www.isu.ob.tc/5.3.html  ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม ว่าทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม เป็นการให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนเป็นสำคัญทั้งในด้านสติปัญญา ความคิด ความรู้สึกและอารมณ์
ความเชื่อเบื้องต้นของนักจิตวิทยากลุ่มนี้คือ
                1. เชื่อว่ามนุษย์ ก็คือ สัตว์โลกประเภทหนึ่ง มีจิตใจ มีความต้องการความรัก ความอบอุ่น 
ความเข้าใจและมีความสามารถเฉพาะตัว มีขีดจำกัด ไม่สามารถจะ เสกสรรปั้นแต่งให้เป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากกลุ่ม พฤติกรรมนิยมซึ่งเห็นว่าสามารถกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยกันได้ 
                2. เชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนต่างก็พยายามจะรู้จักและเข้าใจตนเอง (Self actualizatuon) และยอมรับในสมรรถวิสัย ของตนเอง

http://www.tumcivil.com/engfanatic/board/gen.php?topic_id=13741&hit=1 ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม ว่า กลุ่มมนุษยนิยมจะคำนึงถึงความเป็นคนของคน จะมองธรรมชาติของมนุษย์ในลักษณะที่ว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับความดีที่ติดตัวมาแต่เกิด มนุษย์เป็นผู้ที่มีอิสระสามารถที่จะนำตนเองและพึ่งตนเองได้ เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำประโยชน์ให้สังคม มีอิสรเสรีภาพที่จะเลือกทำสิ่งต่างๆ ที่จะไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน ซึ่งรวมทั้งตนเองด้วย มนุษย์เป็นที่มีความรับผิดชอบและเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม

กล่าวโดยสรุปว่า มนุษย์นี้ มีคุณค่า มีความดีงาม มีความสามารถ มีความต้องการ และมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง มีจิตใจ มีความต้องการความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจและมีความสามารถเฉพาะตัว มีขีดจำกัด ไม่สามารถจะ เสกสรรปั้นแต่งให้เป็นอะไรก็ได้ตามใจชอบหากได้รับอิสรภาพและเสรีภาพ มนุษย์ก็จะพัฒนาตนเองได้อย่างสมบูรณ์ มนุษย์เราทุกคนต่างก็พยายามจะรู้จักและเข้าใจตนเองและยอมรับในสมรรถวิสัย ของตนเอง มนุษย์เป็นที่มีความรับผิดชอบและเป็นผู้สร้างสรรค์สังคม

อ้างอิง
ทิศนา  แขมมณี. (2548). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 4.
http://www.isu.ob.tc/5.3.html เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554
 
http://www.tumcivil.com/engfanatic/board/gen.php?topic_id=13741&hit=1 เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม(Cognitivism)

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม(Cognitivism)

ทิศนา  แขมมณี (2548 : 59) กล่าวว่า ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม(Cognitivism)  เน้นกระบวนการทางปัญญาหรือความคิด  ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของสมอง  นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องของพฤติกรรมที่เกิดจากกระบวนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพียงเท่านั้น  การเรียนรู้ของมนุษย์มีความซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น  การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล  การสร้างความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูลและการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทำและการแก้ปัญหาต่างๆ  การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง

http://www.novabizz.com/NovaAce/Learning/Learning_Cognitive.htm ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยม ว่า ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยมนี้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการตั้งวัตถุประสงค์ การวางแผน ความตั้งใจ ความคิด ความจำ การคัดเลือก การให้ความหมายกับสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่ได้จากประสบการณ์

 http://www.isu.ob.tc/5.2.html  ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยม ว่า กลุ่มพุทธนิยมหรือกลุ่มความรู้ความเข้าใจ หรือกลุ่มที่เน้นกระบวนการทางปัญญาหรือความคิด นักคิดกลุ่มนี้เชื่อว่าการเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล การสร้างความหมาย และความสัมพันธ์ของข้อมูล และการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทำและการแก้ปัญหาต่างๆ การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง


กล่าวโดยสรุปว่า กลุ่มพุทธินิยม หรือกลุ่มความรู้ความเข้าใจ หรือกลุ่มที่เน้นกระบวนการทางปัญญาหรือความคิด นักคิดกลุ่มนี้เชื่อว่า การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางความคิดที่เกิดจากการสะสมข้อมูล การสร้างความหมาย และความสัมพันธ์ของข้อมูล และการดึงข้อมูลออกมาใช้ในการกระทำและการแก้ปัญหาต่าง ๆ การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสติปัญญาของมนุษย์ในการที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ตนเอง


อ้างอิง
ทิศนา  แขมมณี. (2548). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 4.
http://www.novabizz.com/NovaAce/Learning/Learning_Cognitive.htm  เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554
 http://www.isu.ob.tc/5.2.html  เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)

 ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
ทิศนา  แขมมณี  (2548 : 50) กล่าวว่า นักคิดในกลุ่มนี้มองธรรมชาติของมนุษย์ในลักษณะที่เป็นกลาง  คือ  ไม่ดี  ไม่เลว  การกระทำต่างของมนุษย์เกิดจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอก  พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า(stimulus response)  การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง  กลุ่มพฤติกรรมนิยมให้ความสนใจกับ   ”พฤติกรรม”  มากเพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด  สามารถวัดและทดสอบได้

http://www.novabizz.com/NovaAce/Learning/Behavioral_Learning_Theories.htm ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม ว่า ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยมเน้นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า (Stimulas) และ การตอบสนอง (Response) โดยอินทรีย์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและ การตอบสนองอันนำไปสู่ ความสามารถในการแสดงพฤติกรรม คือการเรียนรู้นั่นเอง

กมลรัตน์  หล้าสุวงษ์ (2523 : 23) กล่าวว่า พฤติกรรมทุกอย่างจะต้องมีสาเหตุ สาเหตุนั้นมาจากวัตถุหรืออินทรีย์ ซึ่งเรียกสิ่งเร้า (Stimulus) เมื่อมากระตุ้นอินทรีย์ จะมีพฤติกรรมแสดงออกมาเรียกว่า การตอบสนอง (Response)


กล่าวโดยสรุปว่า  ธรรมชาติของมนุษย์มีลักษณะเป็นกลาง การกระทำต่างๆเกิดจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอก และพฤติกรรมนั้นก็สนองต่อสิ่งเร้า จึงทำให้เกิดการเชื่อมโยงสิ่งเร้าและการตอบสนองเข้าด้วยกัน และเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นก็จะทำให้เกิดการตอบสนอง

อ้างอิง
ทิศนา  แขมมณี. (2548). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 4.
กมลรัตน์  หล้าสุวงษ์. (2523). จิตวิทยาการศึกษา (Educational Psychology). กรุงเทพ : ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
http://www.novabizz.com/NovaAce/Learning/Behavioral_Learning_Theories.htm  เข้าถึงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2554

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สื่อการสอน

สื่อการสอน

http://www.gotoknow.org/blog/paitoon/231415 ได้รวบรวมและกล่าวไว้ว่า สื่อการสอน (Instructional Media) หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือ หรือช่องทางสำหรับทำให้การสอนของครูไปถึงผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามจุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายที่วางไว้เป็นอย่างดี สื่อที่ใช้ในการสอนนี้ อาจจะเป็นวัตถุสิ่งของที่มีตัวตน หรือไม่มีตัวตนก็ได้ เช่น - วัตถุสิ่งของตามธรรมชาติ - ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ - วัตถุสิ่งของที่คิดประดิษฐ์หรือสร้างขึ้นสำหรับการสอน - คำพูดท่าทาง - วัสดุ และเครื่องมือสื่อสาร - กิจกรรมหรือกระบวนการถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ

(เปรื่อง กุมุท) กล่าวว่า สื่อการสอน หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับทำให้การสอนของครูถึงผู้เรียนและทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายที่ครูวางไว้ได้เป็นอย่างดี

(ชัยยงค์ พรหมวงศ์)  กล่าวว่า สื่อการสอนว่า วัสดุอุปกรณ์และวิธีการประกอบการสอนเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมายที่ผู้สอนประสงค์จะส่ง หรือถ่ายทอดไปยังผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุปว่า สื่อการสอนคือสิ่งต่างๆ ที่เป็นช่องทางสำหรับทำให้การสอนของครูไปสู่นักเรียน และทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามจุดประสงค์ ที่วางไว้เป็นอย่างดี สื่อการสอนอาจเป็นวัสดุที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ ทำให้ครูผู้สอนถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง
                http://www.gotoknow.org/blog/paitoon/231415 เข้าถึงเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2554

สื่อหลายมิติ

สื่อหลายมิติ (Hypermedia)
(กิดานันท์  มลิทอง.  2540: 269) กล่าวไว้ว่า สื่อหลายมิติ (Hypermedia) เป็นการขยายแนวความคิดของข้อความหลายมิติในเรื่องของการเสนอข้อมูลในลักษณะไม่เป็นเส้นตรง และเพิ่มความสามารถในการบรรจุข้อมูลในลักษณะของภาพเคลื่อนไหวแบบวีดิทัศน์ ภาพกรกฟิกที่เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติ ภาพถ่าย เสียงพูด เสียงดนตรี เข้าไว้ในเนื้อหาด้วย เพื่อให้ผู้ใช้หรือผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาเรื่องราวในลักษณะต่าง ๆ ได้หลายรูปแบบมากขึ้นกว่าเดิม

                (วิเศษศักดิ์  โคตรอาชา และคณะ , 2542 : 53) กล่าวไว้ว่า สื่อหลายมิติ (Hypermedia)  เป็นเทคนิคที่ต้องการใช้สื่อผสมอื่นๆ ที่คอมพิวเตอร์สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบต่างๆ ได้ทั้ง ข้อความ  เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว (น้ำทิพย์  วิภาวิน, 2542 : 53)  Hypermedia  เป็นการขยายแนวความคิดจาก Hypertext  อันเป็นผลมาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สามารถผสมผสานสื่อและอุปกรณ์หลายอย่างให้ทำงานไปด้วยกัน

                http://www.google.co.th/url?sa=t&source=web&cd=8&ved=0CEAQFjAH&url=http%3A%2F%2Fweb53.sskru.ac.th%2Fch1.doc&ei=E2oxTuqQAe_PiAKuj6mbBg&usg=AFQjCNEHgec3QGkX6nwieXpPZejkp6_ueg ได้รวบรวมและกล่าวถึง สื่อหลายมิติ ว่า สื่อหลายมิติ  คือ  การเสนอข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสามารถรับสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ที่สื่อเสนอได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลจากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่งได้ในทันทีด้วยความรวดเร็ว ซึ่ง สื่อหลายมิติ” (Hypermedia) นี้ได้พัฒนามาจาก ข้อความหลายมิติ” (Hypertext) ซึ่งเป็นการเสนอเพียงข้อความตัวอักษร ภาพกราฟิกและเสียงที่มีมาแต่เดิม

กล่าวโดยสรุปว่า สิ่อหลายมิติ เป็นการขยายแนวคิดของข้อความออกเป็นหลายมิติ ใชการผสมสื่ออื่นๆ เข้าด้วยกัน เพิ่มความสามารถในการบรรจุข้อมูลในลักษณะ ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์ ภาพสามมิติ เสียงพูด เสียงดนตรี เข้าไว้ในเนื้อหาด้วย ทำให้ผู้เรียนเข้าใจในเรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้น

เอกสารอ้างอิง  http://www.google.co.th/url?sa=t&source=web&cd=8&ved=0CEAQFjAH&url=http%3A%2F%2Fweb53.sskru.ac.th%2Fch1.doc&ei=E2oxTuqQAe_PiAKuj6mbBg&usg=AFQjCNEHgec3QGkX6nwieXpPZejkp6_ueg          เข้าถึงเมื่อ 16 กรกฎาคม 2554

นวัตกรรมทางการศึกษา

นวัตกรรมทางการศึกษา
http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138  ได้รวบรวมและกล่าวถึงนวัตกรรมทางการศึกษาว่า นวัตกรรมการศึกษา (Educational Innovation ) หมายถึง นวัตกรรมที่จะช่วยให้การศึกษา และการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดแรงจูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษา และประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมการศึกษามากมายหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งนวัตกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว และประเภทที่กำลังเผยแพร่ เช่น การเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Aids Instruction) การใช้แผ่นวิดีทัศน์เชิงโต้ตอบ (Interactive Video)สื่อหลายมิติ ( Hypermedia ) และอินเทอร์เน็ต [Internet] เหล่านี้ เป็นต้น

http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138  ได้รวบรวมและกล่าวถึงนวัตกรรมทางการศึกษาว่า นวัตกรรมทางการศึกษา (Educational Innovation) หมายถึง การนำเอาสิ่งใหม่ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของความคิดหรือการกระทำ รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ก็ตามเข้ามาใช้ในระบบการศึกษา เพื่อมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเกิดแรงจูงใจในการเรียน และช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียน เช่น การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน การใช้วีดีทัศน์เชิงโต้ตอบ(Interactive Video) สื่อหลายมิติ (Hypermedia) และอินเตอร์เน็ต เหล่านี้เป็นต้น

http://www.vcharkarn.com/vblog/36028 ได้รวบรวมและกล่าวถึงนวัตกรรมทางการศึกษาว่านวัตกรรมทางการศึกษาหมายถึง ความคิดและวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆที่ส่งเสริมให้กระบวนการทางการศึกษามีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป ว่า  นวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ให้เกิดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เรียนก็จะเกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ เกิดแรงจูงใจในการเรียน ประหยัดเวลาในการเรียน รวมทั้งยังเป็นการนำเอาสิ่งใหม่ๆซึ่งอาจอยู่ในรูปของความคิดหรือการกระทำ รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น สิ่งเสริมให้เกิดการบวนการทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง
http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138         เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2554
http://www.vcharkarn.com/vblog/36028            เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2554

นวัตกรรม

นวัตกรรม Innovation
http://www.lib.ubu.ac.th/techno/Down%20Load/bod_18.pdf  ได้รวบรวมและกล่าวถึงนวัตกรรมว่า นวัตกรรม Innovation หมายถึง การคิดและการกระทำใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าด้วยความจงใจรอบคอบ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ รวมถึงแนวความคิดโดยผ่านการทดลองปฏิบัติก่อน กล่าวคือสิ่งใหม่ๆที่ถูกคิดค้นหรือพัฒนาขึ้นและได้นำมาใช้ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นแต่ไม่ตลอดไป ซึ่งรวมไปถึงเทคนิควิธีการต่างๆที่นำมาใช้ในขณะนั้นด้วย
http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138 ได้รวบรวมและกล่าวถึงนวัตกรรมว่า นวัตกรรมหมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2521 : 14) กล่าวว่า  นวัตกรรม หมายถึง วิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิมโดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมและสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการทดลอง พัฒนาจนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฏิบัติ ทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
กล่าวโดยสรุปว่า   นวัตกรรมหมายถึง ความคิดและการกระทำใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนหรือการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมให้ดีขึ้นและเมื่อนำมาใช้งานก็ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงแนวความคิดโดยผ่านการทดลองปฏิบัติก่อน และได้นำมาใช้ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นแต่ไม่ตลอดไป ซึ่งรวมไปถึงเทคนิควิธีการต่างๆที่นำมาใช้ในขณะนั้นด้วย

เอกสารอ้างอิง
               
http://ceit.sut.ac.th/km/wordpress/?p=138         เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2554
http://www.lib.ubu.ac.th/techno/Down%20Load/bod_18.pdf    เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2554